Legendlaw
หน้าแรก รู้จักกับสถาบัน Legendlaw วิธีการสมัครเรียน คอร์สเรียน ค่ายกฎหมาย ติวเตอร์

หญิงข่มขืนชาย กฎหมายสะเทือนอารมณ์ !!

หญิงข่มขืนชาย กฎหมายสะเทือนอารมณ์ !!


โดย มติชน วัน พฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

โดย ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


พยายามทำใจที่จะไม่ยุ่งกับกฎหมายข่มขืนชายที่สตรีกลุ่มหนึ่งอ้างว่า ต่อสู้เพื่อสิทธิและความเสมอภาคของสตรี โดยคิดว่าเธอเหล่านั้นคงจะรับฟังเหตุผลจากผู้หวังดี ที่ไม่ใช่ผู้เขียนบ้างแต่พอเห็นกฎหมายที่เธอ ดันทุรัง บังคับให้ออกมาแล้วเศร้าสะเทือนใจอย่างยิ่ง จนทำให้ปล่อยวางไม่ได้

ได้เตือนกลุ่มหญิงที่มีความคิดที่มีอคติทางเพศบางคนที่พยายามจะเขียนกฎหมาย ตามก้น ฝรั่งจนไม่ได้ดูความหมายที่ถูกต้องเหมาะสมจะก่อปัญหาในภายหลัง ผู้เขียนได้แนะนำข้อความของกรรมการกฤษฎีกาที่ดูแลกฎหมายอาญาซึ่งได้ร่างกฎหมายให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ของเธอเหล่านั้นอย่างรอบคอบสมเจตนารมณ์ของพวกเธอทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่อง

- การที่สามีข่มขืนกระทำชำเราภริยาให้เป็นความผิด
- การกระทำกับเพศเดียวกันก็เป็นความผิด
- กระทำกับอวัยวะเพศหรือทางทวารหนัก หรือทางอื่นๆ ก็เป็นความผิดได้
- ใช้วัสดุ หรือกระทำโดยวิตถารใดๆ ก็เป็นความผิด มีโทษหนักด้วย
เธอเหล่านั้นก็ไม่ยอมรับ และในการทำกฎหมายนี้ก็ไม่ได้มีผู้ที่เชี่ยวชาญทางกฎหมายอาญาเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการแม้แต่คนเดียวจะบอก จะเล่าให้เข้าใจเพื่อแก้ไขให้สมเหตุผลอย่างไรก็ไม่ยอม จะดื้อรั้นให้เอาตามใจตน

พร่ำบ่นสร้างภาพให้เข้าใจไขว้เขวว่าใครขัดขวางหรือแก้ไขกลายเป็นผู้มีอคติในทางเพศท่าเดียว โดยไม่ได้เหลียวดูว่าตัวเองนั่นแหละอคติในเพศของตนเต็มๆ หลอกผู้หญิงทั่วราชอาณาจักรว่าทำเพื่อเขาเหล่านั้นทั้งๆ ที่การออกกฎหมายเช่นนี้จะทำให้ผู้หญิงทั่วประเทศถูกลิดรอนสิทธิและมีโอกาสเป็นผู้กระทำความผิด ติดคุกเพิ่มขึ้น

ในที่สุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ถูกพวกเธอ ข่มขืน.ใจ ให้ผ่านกฎหมายโดยใช้ข้อความที่เธอต้องการจนได้ ผู้เขียนเข้าใจ สนช. ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่น
กฎหมายข่มขืนชายที่ผ่านสภาแล้วมีความดังนี้

มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 276 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2525 และมาตรา 277 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ พ.ศ.2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

(วรรค 1) มาตรา 276 ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
(วรรค 2) การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำโดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
(วรรค 3) ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงหรือกระทำกับชายในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต....
(วรรค 1) มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
(วรรค 2) การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำ กระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่นหรือการใช้สิ่งอื่นกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
(วรรค 3) ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
(วรรค 4) ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามได้กระทำโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกันและเด็กนั้นไม่ยินยอม หรือได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต...
เนื้อหาที่แก้ไขนอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาเก่าที่มีอยู่ แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ซ้ำเติมเข้าไปอีก กฎหมายข่มขืนชายฉบับนี้ที่ผ่านสภาแล้ว หากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด ความหายนะอาจเกิดแก่หญิง

1.โทษฐานโทรมหญิงและเด็กหญิงจะถูกยกเลิกโดยผลของกฎหมายทันที เพราะกฎหมายใหม่แก้ไขเพิ่มเติมวรรค 2 ของมาตรา 276 และมาตรา 277 เพื่อบัญญัติคำจำกัดความของคำว่า การกระทำชำเรา ทำให้เรื่องการโทรมหญิงที่บัญญัติอยู่เดิมในมาตรา 276 วรรคสองต้องขยับไปอยู่เป็นวรรคสาม และการโทรมเด็กหญิงขยับจากวรรคสาม กลายเป็นวรรคสี่ของมาตรา 277
ในขณะที่กฎหมายอาญาเรื่องการโทรมหญิงและเด็กหญิงที่บัญญัติไว้ในมาตรา 277 ตรี ไม่ได้มีการแก้ไขตามไปด้วย
มาตรา 277 ตรี บัญญัติว่า ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 276 วรรคสอง หรือ มาตรา 277 วรรคสามเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำ
(1) รับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
(2) ถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต
มาตรา 277 ตรี ดังกล่าว บัญญัติโยงถึงการเพิ่มโทษการโทรมหญิงตามมาตรา 276 วรรคสอง ซึ่งไม่มีแล้วเพราะตามกฎหมายใหม่ การโทรมหญิงกลายเป็นวรรคสามไปแล้ว ส่วนการโทรมหญิงตามมาตรา 277 วรรคสาม ก็ไม่มีแล้วเช่นกันเพราะกลายเป็นวรรคสี่ของกฎหมายใหม่

ด้วยเหตุนี้จำเลยที่เป็นคดีโทรมหญิงหรือโทรมเด็กหญิงอยู่ในศาลขณะนี้ซึ่งโทษฐานโทรมหญิงและเด็กหญิงจนเป็นเหตุให้หญิงหรือเด็กหญิงได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายตามมาตรา 277 ตรี มีโทษถึงประหารชีวิต จะถูกยกเลิกทันที คงต้องอาศัยโทษที่เบากว่าลงแก่จำเลยและถึงแม้ว่าต่อมาจะมีการแก้ไขในภายหลังก็ไม่มีผลย้อนหลังไปเป็นโทษแก่จำเลยที่โทรมหญิงและเด็กหญิงนั้นอีกเพราะโทษได้ถูกยกเลิกแล้วนั่นเอง จำเลยจึงได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ขอบคุณท่านผู้หญิงและคุณหญิงทั้งหลายที่ลดโทษให้จำเลยที่โทรมหญิงและเด็กหญิงเหล่านั้น

2.ตามกฎหมายในข่มขืนกระทำชำเราภริยาที่อายุเกิน 15 ปีแล้ว เป็นความผิด สามีอาจติดคุก แต่หากข่มขืนภริยาเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่มีความผิด

เพราะมาตรา 277 ที่แก้ไขใหม่ยังคงมีข้อความว่า
ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม....

แสดงว่าหากข่มขืนเด็กที่เป็นภริยาตนแล้วผู้กระทำไม่มีความผิด
ตกลงข่มขืนเมียอายุกว่า 18 ติดคุก ข่มขืนเมียเด็กต่ำกว่า 15 ไม่มีความผิด

ขอบคุณท่านผู้หญิงและคุณผู้หญิงที่สนับสนุนให้มีเมียเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เพื่อข่มขืนกระทำชำเราแล้วจะไม่เป็นความผิด

3.จากคำจำกัดความเรื่องการข่มขืนกระทำชำเราใหม่ ที่ว่า การกระทำชำเรา... หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น อ่านดูแล้วที่ว่า ใช้อวัยวะเพศทำกับอวัยวะเพศ นั้น ไม่รู้ว่าทำอะไรทำอย่างไร และต้องทำถึงแค่ไหนจึงจะเป็นความผิดสำเร็จ

การใช้สิ่งอื่นใด (ที่ไม่ใช่อวัยวะเพศ) กระทำกับอวัยวะเพศ หรือทวารหนักของผู้อื่น ก็ไม่รู้ว่าเอาอะไร มาทำอะไร ทำอย่างไร และต้องทำถึงแค่ไหนจึงจะเป็นความผิดสำเร็จเช่นกัน แสดงว่า เอานิ้วหรือเอาตะเกียบจิ้มก้น
ก็ข่มขืนกระทำชำเราสำเร็จแล้ว!!! กระทำชำเราชนิดใหม่ ศาลไทย จับไข้ แน่นอน (แต่หากอ่านให้เพี้ยนไป ก็จะกลายเป็นการ กระทำชำเรา ผู้ชายตามความหมายใหม่นี้ด้วย ตำรวจบางคนที่ชอบทำกับผู้ต้องหา ระวังกันไว้ให้ดี อาจมีข้อหาเพิ่ม !!!)

4.คำว่า เพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ ที่เพิ่มเข้าไปใหม่ แสดงว่าหากเป็นการทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้เสียหายเอง ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิด
ดังนั้น หากจำเลยต่อสู้ว่าเด็ก ขอร้อง ให้ช่วยทำให้ ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิดตามความหมายนี้ เพราะไม่ได้ทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำเอง แต่ทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้เสียหาย มาตรา 277 ก็จะใช้คุ้มครองเด็กไม่ได้ หรือใช้ได้ลำบากขึ้น

5.กฎหมายนี้ทำให้คำว่า ข่มขืนกระทำชำเรา ถูกลดความสำคัญลงอย่างมาก โดยแต่ก่อนเวลามีข่าวข่มขืนกระทำชำเราทุกคนจะนึกสงสารหญิงหรือเด็กที่ถูกกระทำ แต่หากกฎหมายมีผลใช้บังคับ เมื่อได้ข่าวใครถูกข่มขืนกระทำชำเรา ผู้คนคงคิดเพียงว่าอาจเป็นเรื่อง เอานิ้วจิ้มก้น เท่านั้นเองไม่น่าใส่ใจใดๆ กฎหมายเช่นนี้ออกมาได้ เชื่อแล้วว่าผู้ชายถูกข่มขืนได้จริงๆ เธอข่มขืน (ใจ) ผู้ชายทั้งสภาเลยด้วย

การให้เหตุผลที่ดีถูกปิดปากด้วยความดื้อรั้นไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ขอลอกฝรั่งอย่างเดียวเป็นพอจะได้ดู inter นำไปแสดงผลงานขอเงินฝรั่งได้ ผู้หญิงไทยจะเป็นยังไง ช่างหัวมัน !!! เธอจึงไม่ได้ทำเพื่อคุ้มครองหญิง ไม่ได้ทำเพื่อสิทธิเสมอภาค ไม่ได้ทำด้วยอุดมการณ์และเหตุผลที่ถูกต้อง หากทำโดยหมกมุ่นเพื่อ สนองความใคร่ทางปัญญา ของพวกเธอเอง และสำเร็จ... (ความ... นั้น) เสียด้วย

ผู้เขียนสอนกฎหมายอาญามาร่วม 30 ปี ก็เหมือนถูกข่มขืนให้ต้องสอนกฎหมายที่คลอดออกมาอย่างพิกลพิการอย่างข่มขื่น อันเป็นผลพวงมาจากการข่มขืนของพวกเธอเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก็จะยังคงสอนนักศึกษาตามหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุดเผื่อเขาจะเชื่อฟังบ้างเพื่อจะได้ไม่ทำกฎหมายในอนาคตให้น่าอดสูใจมากไปกว่านี้
ผู้เขียนจึงหยุดสอนหนังสือไม่ได้ แต่หากขณะสอนหนังสืออยู่ และบังเอิญเจอกลุ่มสตรีที่มีอคติต่อเพศของตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา เหล่านี้เข้าเมื่อใด ....
จะไม่เพียงแต่จะหยุดการสอนเพื่อไม่ให้เธอเหล่านั้นได้ฟังคำสอนเท่านั้นแต่จะหยุดเล่นดนตรีที่ชอบทันทีสีซอไง

Copyright Legendlaw 2008

 
  
view